วันนี้แวะไป update ข่าวต่างๆ มาเห็นมีข่าวน่าสนใจมากเรื่องนึงก็คือ การพัฒนารถไฮโดรเจน ครับ ผมว่าถ้าพัฒนาและนำออกมาใช้อย่างจริงจังและราคาพอที่สาธารณชนสามารถเป็นเจ้าของได้ก็เป็นโครงการหนึ่งที่น่าสนใจมากเลยครับ

รถไฮโดรเจนมีลุ้น กมธ.วุฒิชงงบสนับสนุน


ประสิทธิ์ โพธสุธน ประธาน กมธ.วิทยาศาสตร์ฯ ทดสอบขับขี่:

กมธ.วุฒิสภาหนุนโครงการรถไฮโดรเจน ชงงบประมาณต่อยอด ตั้งเป้าพัฒนารถเก๋ง รถโดยสาร พร้อมเดินสายการผลิตภายใน 1 ปี

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : โดย กานต์ดา บุญเถื่อน

ศ.ดร.อานนท์ บุณยะรัตเวช เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เปิดเผยว่า วช. ได้เสนอของบประมาณต่อคณะกรรมาธิการสำนักงบประมาณในปี 2552 จำนวน 106 ล้านบาทวางแผนพัฒนาแล้วเสร็จในระยะเวลา 1 ปี หากโครงการผ่านการพิจารณางบประมาณ ทางวช.สามารถเริ่มงานวิจัยได้ทันที

รถต้นแบบพลังงานไฮโดรเจนดังกล่าวพัฒนาโดย พล.อ.ท. มรกต ชาญสำรวจ หัวหน้านักวิจัยจาก บริษัทคลีนฟูเอล เอ็นเนอร์ยี ติดตั้งถังบรรจุไฮโดรเจน 900 ลิตร วิ่งทำระยะทางได้ 40 กิโลเมตร

โครงการระยะต่อไป วช.เตรียมสนับสนุนงบประมาณเพื่อพัฒนาต้นแบบรถเก๋ง 4 ที่นั่ง รถโดยสาร 20 ที่นั่ง และสถานีเติมก๊าซไฮโดรเจนโดยใช้วิธีการแยกน้ำจากเซลล์แสงอาทิตย์

" รถต้นแบบคันที่ทีมวิจัยพัฒนาใช้งบประมาณเพียง 4 ล้านบาทเท่านั้น เทียบกับต่างประเทศอย่างฮอนด้า ใช้ต้นทุนสูงกว่าเราถึง 30 ล้านบาท อนาคตหากเกิดการต่อยอดในเชิงพาณิชย์จริง และผลิตรถเพิ่มขึ้นจำนวนมากก็จะยิ่งลดต้นทุนมากขึ้นไปด้วย" เลขาธิการฯ วช. กล่าว 

นายประสิทธิ์ โพธสุธน ประธานคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสารและโทรคมนาคม วุฒิสภา กล่าวว่า เทคโนโลยีรถยนต์พลังงานไฮโดรเจนที่ทีมวิจัยไทยพัฒนาเหมาะที่จะนำมาใช้ในสังคมไทยอย่างมาก เป็นเทคโนโลยีสะอาด และลดการใช้น้ำมันได้ แต่ต้องมีการศึกษาวิจัยเพิ่มก่อนที่จะมีการนำไปต่อยอดจริงเชิงพาณิชย์

“ขณะนี้คณะกรรมาธิการฯ กำลังปรึกษาหารือกับวช.ในเรื่องงบประมาณที่จะใช้ในโครงการต่อยอด โดยคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะพิจารณาในเรื่องของกฎหมายที่มารองรับกระบวนการผลิต และการนำไปใช้งานจริงบนท้องถนนได้อย่างถูกกฎหมายด้วย” ประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าว

พล.อ.ท.มรกต ชาญสำรวจ หัวหน้าโครงการวิจัยและพัฒนารถยนต์พลังงานไฮโดรเจนที่แยกจากน้ำ กล่าวว่า เทคโนโลยีที่ทีมวิจัยมีอยู่ขณะนี้พร้อมแล้วที่จะต่อยอดเชิงพาณิชย์เพื่อลดการนำเข้าปิโตรเลียมจากต่างประเทศ โดยอนาคตหากโครงการต่อยอด ซึ่งวช.เป็นผู้ให้ทุนสนับสนุนพัฒนาแล้วเสร็จ ผู้ประกอบการไทยก็จะสามารถนำเทคโนโลยีไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้เลย

“สิ่งที่ทีมวิจัยจะต่อยอดคือ การปรับขนาดพลังงานจาก 5 กิโลวัตต์เป็น 20 กิโลวัตต์ในรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่กว่าคันต้นแบบที่มีขนาดเท่ารถเก๋งทั่วไป และปรับจากที่เคยใช้มอเตอร์กระแสไฟตรงให้ทำงานร่วมกับมอเตอร์กระแสไฟฟ้าสลับ เพื่อให้รถยนต์สามารถเก็บจากเซลล์แสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคารถสำหรับขับเคลื่อนล้อรถยนต์ให้สามารถวิ่งได้ระยะทางไกลขึ้นด้วย” หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าว

แหล่งที่มา กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ วันที่ 8 กันยายน 2551

Comment

Comment:

Tweet